โฟร์โมสต์ย้ำองค์กรสีเขียว
ปัจจุบันอัตราการดื่มนมของคนไทยเฉลี่ย 14 ลิตรต่อคนต่อปี
หรือ 1 กล่องต่อ 1 สัปดาห์
ขณะที่ค่าเฉลี่ยของคนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ 60 ลิตรต่อคนต่อปี
ส่วนกลุ่มประเทศในฝั่งยุโรป มีอัตราอยู่ที่ 103 ลิตรต่อคนต่อปี
นายชนินทร์ อรรจนานันท์ กรรม การผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า
(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายนมพร้อมดื่มภายใต้ตราสินค้าโฟร์โมสต์
เปิดเผยว่า ตลาดนมพร้อม ดื่ม (เฉพาะนมวัว) ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 6 หมื่นล้านบาท เติบโต 9% ในปีที่ผ่านมา
แต่อัตราการดื่มนมของคนไทยยังน้อยมาก แม้ว่าจะเป็นผู้ผลิตหลักในภูมิภาค
ส่วนโฟร์โมสต์ในฐานะผู้นำตลาดนมพร้อมดื่มในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งตลาด 50% มีแนว ทางในการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับความรับผิดชอบต่อสังคม
โดยมุ่งส่งเสริม การเติบโตของตลาดนม
รวมทั้งการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานนมในประเทศไทยอีกด้วย
นายชนินทร์ กล่าวว่า แนวทางการทำธุรกิจแบบรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (CSR) ของโฟร์โมสต์ ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก คือ
นายชนินทร์ กล่าวว่า แนวทางการทำธุรกิจแบบรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (CSR) ของโฟร์โมสต์ ประกอบด้วย 4 แนวทางหลัก คือ
1. การส่งเสริมสุขภาพและภาวะโภชนาการ (Health
& Nutrition) เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการดื่มนม
2. การจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน (Sustainable
Production Chain) เป็นการจัดการกระบวนผลิตนมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3. การบริหารจัดการฟาร์มโคนม (Dairy Develop
ment) เป็นการร่วมมือเพื่อพัฒนาคุณภาพและสร้างมาตรฐานให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยการ
ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและถ่ายทอดเทคโนโลยีการบริหารจัดการฟาร์มที่ได้มาตรฐาน
4. การพัฒนาฟาร์มโคนมอย่างยั่งยืน (Res ponsible
Dairy Farming) มุ่งเน้นการพัฒนา
ระบบฟาร์มที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด
และส่งเสริมการให้ความสำคัญต่อการเลี้ยงดูความเป็นอยู่ของสัตว์
ล่าสุด โรงงานผลิตนมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) จากกระทรวง อุตสาหกรรม ในเดือนมกราคม 2556 และต่อจากนี้ไป ผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ทุกประเภทจะมีตราสัญลักษณ์อุตสาหกรรมสีเขียว (GreenIndustry Mark) ประทับไว้บนบรรจุภัณฑ์
ล่าสุด โรงงานผลิตนมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยได้รับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) จากกระทรวง อุตสาหกรรม ในเดือนมกราคม 2556 และต่อจากนี้ไป ผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ทุกประเภทจะมีตราสัญลักษณ์อุตสาหกรรมสีเขียว (GreenIndustry Mark) ประทับไว้บนบรรจุภัณฑ์
นายชนินทร์ กล่าวว่า นอกจากการส่งเสริมให้คนไทยดื่มนมแล้ว โฟร์โมสต์ยังมุ่งพัฒนามาตรฐานนมไทย ด้วยการทำงานกับเกษตรกรฟาร์มโคนม ซึ่งปัจจุบันโฟร์โมสต์รับซื้อน้ำนมดิบ 400 ตันต่อวัน จากผู้ประกอบการหลัก 10 ราย ถือเป็นผู้ซื้อรายใหญ่สุดในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันการทำฟาร์มโคนม ไม่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ ส่วนผู้ประกอบการอีกมากหันไปเลี้ยงวัวนมเพื่อส่งขายให้กับประเทศเวียดนาม ขณะที่คุณภาพการผลิตนมในประเทศไทยก็ยังมีมาตรฐานต่ำ ดังนั้น โฟร์โมสต์จึงเข้าไปพัฒนาเกษตรกรเพื่อยกระดับมาตรฐานของน้ำนมรวมทั้งการจัดการที่มีมาตรฐานอย่างครบวงจร ซึ่งยังเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าสนใจ นอกเหนือจากเรื่องของมาตรฐานของนม ซึ่งอาจจะทำให้นมในเมืองไทยขาดตลาดในอนาคตแล้ว การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดนมในเมืองไทยได้รับผลกระทบ เนื่องจากปัจจุบัน เวียดนามมีการบุกการผลิตนมอย่างหนัก ด้วยการกว้านซื้อวัวนมจากเมืองไทย พร้อมด้วยการผลิตนมที่มีคุณภาพดีกว่า ในราคาที่ถูกกว่าอีกด้วย ซึ่งในอนาคตตลาดนมจากเวียดนามอาจจะเข้ามาตีตลาดเมืองไทยก็เป็นได้
จากราคาของนมจากเวียดนามที่รับซื้อกันอยู่ที่ 16 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนเมืองไทยราคา 18 บาทต่อกิโลกรัม จะเป็นอีกช่องทางที่ผู้ประกอบการต่างๆ จะหันมานำเข้านมจากเวียดนามกันอย่างแน่นอน


